[close]
 http://www.watpamafai.org
    สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com 
 หน้าแรก  เจ้าอาวาส  ค่ายอบรม  พระสยามเทวาธิราช  เว็บบอร์ด  คณะสงฆ์จังหวัดปราจีนบุรี
ค้นหา  ประเภทการค้นหา   Cart รายการสั่งซื้อ (0) 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 06/09/2007
ปรับปรุง 20/08/2017
สถิติผู้เข้าชม3,807,772
Page Views5,061,405
สินค้าทั้งหมด 40
สมาชิก
บัญชีผู้ใช้
รหัสผ่าน


ลืมรหัสผ่าน
สมัครสมาชิก
Menu
aaaa
หน้าแรก
วัดป่ามะไฟ
เจ้าอาวาส
โครงการ-กิจกรรม
ธรรมะสาธุ
พระสยามเทวาธิราช
ประกาศเกียรติคุณ
สมุดเยี่ยม
ห้องภาพถ่าย
ดาวน์โหลด
เว็บบอร์ด
ติดต่อวัด
ติดต่อผู้ดูแล
คณะสงฆ์จังหวัดปราจีนบุรี
พระพุทธเจ้า
วันสำคัญ
วัดป่ามะไฟ
โครงการ-กิจกรรม
รอบรั้ววัดป่ามะไฟ
บทสวดมนต์วัดป่ามะไฟ
ธรรมะ
การบวช
ข่าวประจำวัน
มารยาทไทย
มุมความรู้
หมวดหมู่สินค้า
สินค้ามาใหม่
สินค้าขายดี
 ติดต่อสอบถาม & แจ้งการชำระเงิน
 มณฑปพระอสีติธาตุ-อาคารปฏิบัติธรรม
 วิธีการชำระเงิน
 พระบูชา
 พระเครื่อง(พระสยามนิรันตราย)
 3. (หมด) กริ่งพระสยามนิรันตรายเนื้อทองคำ 15.5 g
 4.พระสยามนิรันตราย เนื้อโลหะปิดทอง (หน้าตัก 1.5
 5.พระกริ่งทรงเครื่อง เนื้อเงิน
 6.พระกริ่งทรงเครื่อง เนื้อนวโลหะ
 7.พระกริ่งทรงเครื่อง เนื้อทองแดง
 8.เหรียญลายไทย พิมพ์เสมา เนื้อเงิน
 9.เหรีญลายไทย พิมพ์เสมา เนื้อทองแดงเคลือบทอง
 10.เหรียญลายไทย พิมพ์เสมา เนื้อทองแดงเคลือบเงิน
 11.เหรียญลายไทย พิมพ์เสมา เนื้อทองแดงเคลือบนาค
 12.เหรียญลายไทย พิมพ์อาร์ม เนื้อเงิน
 13.เหรียญลายไทย พิมพ์อาร์ม เนื้อทองแดงเคลือบทอง
 14.เหรียญลายไทย พิมพ์อาร์ม เนื้อทองแดงเคลือบเงิน
 15.เหรียญลายไทย พิมพ์อาร์ม เนื้อทองแดงเคลือบนาค
 16. (หมด) เหรียญพิมพ์เสมา (ผิวเลียบ) เนื้อเงิน
 17.(หมด) เหรียญพิมพ์เสมา (ผิวเลียบ) เนื้อทองแดงชุบ
 18.(หมด)เหรียญพิมพ์เสมา (ผิวเลียบ) เนื้อทองแดง
 19.เหรียญพิมพ์เสมา (ผิวปิรามิด) เนื้อเงิน
 20.เหรียญพิมพ์เสมา(ผิวปิรามิด)เนื้อทองแดงชุบเงินลง
 21.เหรียญพิมพ์เสมา (ผิวปิรามิด) เนื้อทองแดง
 22.เหรียญพิมพ์อาร์ม (ผิวเลียบ) เนื้อเงิน
 23.(หมด)เหรียญพิมพ์อาร์ม (ผิวเลียบ) เนื้อทองแดงชุบ
 24.(หมด) เหรียญพิมพ์อาร์ม (ผิวเลียบ) เนื้อทองแดง
 25.เหรียญพิมพ์อาร์ม (ผิวปิรามิด) เนื้อเงิน
 26.เหรียญพิมพ์อาร์ม(ผิวปิรามิด)เนื้อทองแดงชุบเงิน
 27.เหรียญพิมพ์อาร์ม (ผิวปิรามิด) เนื้อทองแดง
 28.เหรียญพิมพ์ย้อนยุค (ใหญ่) เนื้อเงิน
 29.เหรียญพิมพ์ย้อนยุค (ใหญ่)เนื้อทองแดงชุบเงินลงยา
 30.เหรียญพิมพ์ย้อนยุค(ใหญ่) เนื้อทองแดง
 31.เหรียญพิมพ์ย้อนยุค (เล็ก) เนื้อเงิน
 32.เหรียญพิมพ์ย้อนยุค (เล็ก) เนื้อทองแดงชุบเงินลง
 33.เหรียญพิมพ์ย้อนยุค (เล็ก) เนื้อทองแดง
 34.ชุดกรรมการ (รวม 67 องค์)
 พระสมเด็จวัดป่ามะไฟ ปี ๒๕๑๘
 เหรียญพระสยามฯ ปี ๒๕๑๘



พระสยามเทวาธิราช
กับแนวคิดการสร้างรัฐชาติ !



ลงคอลัมภ์สำนักข่าวราชดำเนิน วันจันทร์ที่ 14 กรกฎาคม 2551

พระสยามเทวาธิราช กับแนวคิดการสร้างรัฐชาติ ! (1) 

หลายท่านคงเคยเห็นเทวรูปทรงต้นยืน ทรงเครื่องกษัตริยาธิราช สวมมงกุฏ พระหัตถ์ขวาถือพระขรรค์ พระหัตถ์ซ้ายยกขึ้นจีบ พระดัชนีเสมอพระอุระ ขนาด ๘ นิ้ว หล่อด้วยทองคำแท่งทั้งพระองค์ ทรงสถิตอยู่ในเรือนแก้วที่ทำด้วยไม้จันทน์ แบบวิมานเก๋งจีน เบื้องหลังมีคำจารึกด้วยอักษรจีน แปลเป็นไทยว่า "ที่สิงสถิตแห่งพระสยามเทวาธิราช" ประดิษฐานอยู่ในวิมานไม้แกะสลักกลางพระที่นั่งไพศาลทักษิณ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 4) ทรงถวายพระนาม "พระสยามเทวาธิราช" ซึ่งชาวไทยทั้งหลายต่างเชื่อกันว่าเป็นเทพยดาผู้ปกป้องคุ้มครองเมืองไทย แต่ท่านทราบหรือไม่ว่าการสร้างพระสยามเทวาธิราชขึ้นมานั้น ยังแฝงไว้ด้วยเหตุผลทางการเมืองอันลึกซึ้ง ดังต่อไปนี้

จุดกำเนิดของพระสยามเทวาธิราช

หม่อมเจ้าหญิงพูนพิศมัย ดิศกุล พระธิดาในสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ได้ทรงเล่าว่า "...ตอนมหาอำนาจทางตะวันตกทำการเปิดประตูค้ากับพวกตะวันออก ในระยะเวลาต้นๆ ศตวรรษที่ 19 ของคริสต์ศักราชนั้น พวกเมืองข้างเคียงไม่รู้ทันเหตุการณ์ภายนอกว่า ทางตะวันตกมีอำนาจปืนเรือพอที่จะเอาชนะได้อย่างง่ายดาย จึงพากันไม่ยอมทำสัญญาด้วย ซ้ำยังขับไล่ ใช้อำนาจจนเกิดเป็นสงครามขึ้น ก็เป็นธรรมดาที่คนมีแต่มีดจะต้องแพ้ผู้มีปืน แล้วถูกเป็นเมืองขึ้นไปโดยสะดวก ฝ่ายทางเมืองไทยเรานั้นมหาอำนาจตกลงกันให้อังกฤษมาเป็นผู้เปิดประตูทำสัญญาค้าขาย ซึ่งตามที่จริงก็เคยมีไมตรีกันมาแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยาแล้ว แต่เมื่อบ้านเมืองมีเหตุการณ์ศึกสงครามเกิดขึ้นชาวต่างประเทศไปมาค้าขายไม่สะดวกได้ ก็จำต้องหยุดการติดต่อกันไปเป็นพักๆ การเป็นเช่นนี้แก่ทุกบ้านทุกเมือง ฉะนั้น เมื่อเสร็จศึกกับพม่าในรัชกาลที่ 1 แล้ว ถึงรัชกาลที่ 2 ชาวโปรตุเกสก็เข้ามาจากเมืองมาเก๊า เพื่อขอทำสัญญาค้าขายใน พ.ศ. 2363 โปรดเกล้าฯ ให้รับสัญญาเพราะเรายังต้องการซื้อปืนไฟจากชาวตะวันตกอยู่ ต่อมาอีก 2 ปี มิสเตอร์ จอน ครอเฟิด (John Grawford) ทูตอังกฤษเข้ามาขอทำสัญญาจากผู้สำเร็จราชการอินเดียใน พ.ศ. 2365

ถึงรัชกาลที่ 3 อังกฤษเกิดรบกันขึ้นกับพม่าเป็นครั้งแรก ครั้นชนะแล้วจึงให้กัปตันเฮนรี่ เบอร์เนย์ (Henry Burney) เข้ามาทำสัญญาเมื่อ พ.ศ. 2368 ทูตอเมริกัน มิสเตอร์ เอ็ดมอนด์ โรเบิต (Edmond Robert) เข้ามาทำสัญญาเมื่อ พ.ศ. 2375 มิสเตอร์ริดชัน (Ridson) ทูตอังกฤษเข้ามาทำสัญญาขอซื้อช้างเมื่อ พ.ศ. 2381 และเซอร์เจมส์ บรู้ค (Sir. Jame Brooks) ผู้เคยเป็นรายา (White Raja) ผู้ครองเกาะซาราวัค (Sarawak) เข้ามาขอทำสัญญาอีกเมื่อวันที่ 16 กันยายน พ.ศ. 233393 ซึ่งเป็นปีที่พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 เสด็จสวรรคต รวมทูตอังกฤษที่เข้ามาทำสัญญากับเมืองไทยถึง 4 ครั้ง แต่ก็ได้ทำแต่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ เช่น เรื่องผ่านแดนไทยกับพม่า และสัญญาซื้อขายช้าง ม้า และแลกเปลี่ยนสินค้าบางอย่าง ไม่ได้ทำสัญญากับเมืองไทยโดยตรงอย่างเมืองอื่นๆ ส่วนทางเมืองไทยก็ยังไม่มีใครเชื่อว่าจะมีผู้ใดจะเกะกะทางนี้ได้ บางคนนึกเลยไปว่าเหล็กจะลอยน้ำได้อย่างไร ในเมื่อมีใครมาเล่าว่าทางมหาอำนาจตะวันตกนั้นมีเรือรบที่ทำด้วยเหล็ก ไทยจึงไม่เต็มใจจะเปิดประตูค้ากับผู้ใดๆ ทั้งสิ้น เป็นแต่รับข้อที่จำเป็นในเวลานั้นเท่านั้น แต่ในที่สุดเราก็ได้พบรายงานของเซอร์เจมส์ บรู๊ค ผู้ซึ่งเข้ามาครั้งสุดท้ายในรัชกาลที่ 3 ว่า "...พระเจ้าแผ่นดินกำลังเสด็จอยู่บนพระแท่นสวรรคต และพระองค์ที่จะทรงเสวยราชย์ใหม่ก็มีหวังจะพูดกันได้เรียบร้อย ฉะนั้น จึงขอรอการใช้กำลังบังคับไว้ก่อน..."
ตามรายงานนี้เห็นได้ชัดว่า เขาเตรียมจะใช้กำลังกับเราอยู่แล้ว เผอิญให้เกิดมีการสวรรคตและเปลี่ยนแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จขึ้นมาเสวยราชย์ในเวลาที่ทรงทราบเหตุการณ์นอกประเทศดีอยู่แล้ว เพราะทรงมีเวลาศึกษาเพียงพอ ในเวลาที่ทรงผนวชเป็นพระภิกษุถึง 27 ปี พอเสวยราชย์ได้ 4 ปี เซอร์จอน โบว์ริง (Sir John Bowring) เจ้าเมืองฮ่องกง ก็มีจดหมายส่วนตัวเข้ามากราบทูลว่า คราวนี้ตัวเขาจะเข้ามาเป็นราชทูตแทนพระองค์ควีน วิคตอเรีย ไม่ใช่เป็นแต่เพียงทูตมาจากผู้สำเร็จราชการอินเดียเช่นคนก่อนๆ เพราะฉะนั้นจึงหวังว่าจะไม่มีเรื่องเดือดร้อนถึงต้องขัดใจกัน พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงทราบข้อไขอันนี้ดี จึงเปิดประตูรับในฐานะมิตร และเป็นผลให้เราได้พ้นภัยมาได้แต่ผู้เดียวในทางตะวันออกประเทศนี้

เมื่อเหตุการณ์คลี่คลายลงแล้ว พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 4) ทรงมีพระราชดำริว่า เมืองไทยเรานี้มีเหตุการณ์หวิดๆ จะต้องเสียอิสรภาพมาหลายต่อหลายครั้งแล้ว แต่เผอิญให้มีเหตุรอดพ้นได้เสมอมา ชะรอยจะมีเทพยดาองค์ใดองค์หนึ่งที่คอยพิทักษ์รักษาอยู่" จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระองค์เจ้าประดิษฐ์วรการปั้นหล่อเทวรูปสมมุติขึ้น ถวายพระนามว่า "พระสยามเทวาธิราช" ประดิษฐาน ณ พระที่นั่งทรงธรรมในหมู่พระที่นั่งพุทธมณเฑียร ในพระอภิเนาว์นิเวศน์ 

พระสยามเทวาธิราชกับการสร้างรัฐชาติ

กฤษดา ไพรวรรณ์ได้เขียนประเด็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับนครรัฐสยามไว้ว่า ตั้งแต่สมัยสุโขทัยอันเป็นจุดเริ่มต้นของประวัติศาสตร์ชาติไทยตามที่ปรากฏในแบบเรียนของกระทรวงศึกษาธิการและความเชื่อของคนไทยโดยทั่วไป มาจนกระทั่งถึงตอนต้นของกรุงรัตนโกสินทร์ การเมืองการปกครองของไทยอยู่ในรูปแบบของนครรัฐมาโดยตลอด ดังเช่นในสมัยกรุงศรีอยุธยา แม้กรุงศรีอยุธยาจะได้ชื่อว่าเป็นศูนย์กลางทางการปกครองแต่เราก็ปฏิเสธถึงความมีอยู่ของอำนาจภายในกลุ่มแคว้นต่างๆไม่ได้ เช่น สุพรรณบุรี ลพบุรี สุโขทัย เชียงใหม่ นครศรีธรรมราช ราชบัลลังก์แห่งกรุงศรีอยุธยานั้นเป็นเพียงสัญลักษณ์แห่งอำนาจซึ่งหากกลุ่มอำนาจใดสามารถที่จะเข้ามาครอบครองได้แล้ว ผู้นั้นก็จะสามารถที่จะเชื่อมกลุ่มอำนาจต่างๆเหล่านั้นเข้าไว้ด้วยกัน แต่มิได้หมายความว่าจะสามารถหลอมรวมเอากลุ่มอำนาจเหล่านั้นเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของกรุงศรีอยุธยาได้แต่อย่างใด

ครั้นมาถึงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์สภาพการณ์ทางการเมืองการปกครองก็คงยังเป็นเช่นที่กล่าวมา เนื่องจากกำเนิดของกรุงเทพมหานครก็คือการรื้อฟื้นเอากรุงศรีอยุธยาที่อยู่ในความทรงจำของกลุ่มชนชั้นนำที่ร่วมกันสร้างกรุงเทพมหานครขึ้นมา เฉพาะในรูปแบบที่เป็นรูปธรรมสิ่งที่มีอยู่ในกรุงศรีอยุธยาหลายสิ่งหลายอย่างก็ได้ปรากฏอยู่ในกรุงเทพมหานครด้วย ดังเช่น คติการสร้างวัดไว้ในบริเวณพระบรมมหาราชวังซึ่งในกรณีของกรุงศรีอยุธยามีวัดพระศรีสรรเพ็ชร ในกรุงเทพมหานครก็มีวัดพระศรีรัตนศาสดาราม เป็นต้น แม้กระทั่งขนบธรรมเนียมประเพณี รูปแบบการปกครองของกรุงรัตนโกสินทร์ในช่วงต้นนั้นล้วนแล้วแต่ถอดแบบมาจากกรุงศรีอยุธยาทั้งสิ้น รวมถึงสภาพการของการปกครองในรูปแบบของนครรัฐสยาม


ยามา...ทิพยสถานแห่งพระสยามเทวาธิราช

รู้หรือไม่ว่า พระสยามเทวาธิราชที่เรานับถือ และกล่าวถึงโดยตลอดเวลาที่บ้านเมืองมีปัญหา เป็นใคร อยู่ที่ไหนทุกครั้ง พอเกิดเหตุร้ายในบ้านในเมือง ผู้หลักผู้ใหญ่ก็มักจะกล่าวถึงพระสยามเทวาธิราช ซึ่งเชื่อถือกันว่าท่านเป็นผู้ปกปักรักษาผืนแผ่นดินไทยมาทุกยุคทุกสมัย

ในภพภูมิทั้ง 31 แห่ง มีภพภูมิที่เป็นเทวดาอยู่ทั้งสิ้นจำนวน 6 ชั้น ได้แก่

สวรรค์ชั้นที่ 1 จาตุมหาราชิกา ครองโดย ท้าวจตุโลกบาล
สวรรค์ชั้นที่ 2 ดาวดึงส์ ครองโดย พระอินทร์
สวรรค์ชั้นที่ 3 ยามา ครองโดย พระสยามเทวาธิราช
สวรรค์ชั้นที่ 4 ดุสิต ครองโดย ท้าวสันดุสิตเทวาธิราช
สวรรค์ชั้นที่ 5 นิมมานรดี ครองโดย ท้าวนิมมานรดีเทวาธิราช
สวรรค์ชั้นที่ 6 ปรนิมมิตวสวัตดี มีเทวราช 2 องค์ คือ ฝ่ายที่เป็นศุภเทพ และฝ่ายที่เป็นมาร ฝ่ายเทพคือ ท่านปรนิมิตตรนดีเทวาธิราช ส่วนฝ่ายมาร ก็คือ พญาวสวัตดีมาร นั่นเอง

ตอนนี้ เราก็รู้แล้วว่า พระสยามเทวาธิราช ทรงครองสวรรค์อยู่ชั้นยามา ซึ่งเป็นเทวราชผู้ยิ่งใหญ่ที่คอยปกปักรักษาผืนแผ่นดินไทยมานานแสนนาน...

http://www.oknation.net/blog/print.php?id=431409http://www.oknation.net/blog/lifetime/2009/04/25/entry-2

พระสยามเทวาธิราชคือใคร

พระสยามเทวาธิราช นี่นะ เริ่มมีเมื่อสมัยก่อน รัชกาลที่ ๔ มีนะ แต่ก่อนพระเจ้า
แผ่นดินสมัยนั้นก็บูชาเทวาชื่อนั้นชื่อนี้ ที่เป็นญาติผู้ใหญ่เป็นคนสำคัญ ขออย่างนั้นอย่างนี้
ต่อมา สมัยรัชกาลที่ ๔ ท่านเป็นนักปราชญ์ เป็นนักบาลี ก็มาตั้งชื่อใหม่ว่า พระสยาม-
เทวาธิราช หมายถึงว่า เทวดาทั้งหมดที่รักษาประเทศสยาม ทีนี้ที่ถามว่า ให้คุณให้โทษ
ทางไหน ให้โทษนี้ก็ไม่ทราบ ให้คุณนี่ก็ไม่รู้ แต่ท่านเป็นเทวดา
เอาอย่างนี้ก็แล้วกันนะ เมื่อปี ๒๕๑๘ ปีนั้นพระเจ้าอยู่หัวนิมนต์เข้าไป ที่ไป พระที่นั่ง-
ไพศาลทักษิณ พอเข้าไปทำบุญ วันจักรี พอเข้าไปนั่งปั๊บไม่ต้องคุยกับใครละ บรรดา
พระสยามเทวาธิราชมากันเยอะแยะเลย โอ้โฮ้ไม่ใช่องค์เดียว ๒ องค์นะ ไม่ทราบว่าจะมาก
เท่าใดในบริเวณเต็มไปหมด ไม่ใช่เฉพาะในวังนะ เราก็ชักสงสัยว่าองค์ไหนชื่อ พระสยาม-
เทวาธิราช พอถามว่าองค์ไหนชื่อ พระสยามเทวาธิราช ให้บอก ชี้องค์นั้นก็ไม่ใช่ ชี้
องค์นี้ก็ไม่ใช่ ต่างคนต่างบอกชื่อของตัวหมด ก็เลยนึกขึ้นมาว่า เออ ยังไงเทวดานี่ เลยบอก
ว่า ถ้าไม่ใช่ พระสยามเทวาธราช แล้วมาทำไมล่ะ พระเจ้าอยู่หัวก็ดี พระราชินีก็ดี ท่าน
ทำบุญเพื่อ พระสยามเทวาธิราช ท่านก็บอกว่า เขาอยากเรียกผมอย่างนั้นทำไมล่ะ
ผมไม่ได้ชื่อนั้นนี่ ก็รวมความว่า พระสยามเทวาธิราช จริงก็เป็นเทวดาที่รักษาประเทศไทย
ทั้งหมด สมัยก่อนเรียกประเทศสยามใช่ไหม
ถ้าถามว่าให้คุณแบบไหน ก็ต้องถือว่า เทวดามีความดีอะไรบ้าง แต่ละคนมีความสามารถ
ไม่เสมอกัน อันนี้ตอบไม่ได้ เกินวิสัย
ที่มา โอวาทหลวงพ่อเล่ม3

http://poweropject.igetweb.com/index.php?mo=3&art=83662
http://www.agalico.com/board/archive/index.php/t-4018.html


 

 

มีต่อประวัติพระสยามฯ (ตอน ๒)

 



Poll
คุณเข้าวัดเพื่ออะไร..?
วันพระเข้าวัดฟังธรรม
เข้าวัดทำบุญวันเกิด ทำบุญตามกาล
เข้าวัดเพื่อเวียนเทียน
เข้าวัดถวายสังฆทาน
เข้าวัดเพื่อความสบายใจ
เข้าวัดเพื่อดูดวง
เพื่อท่องเที่ยว ถ่ายรูป
เพื่อหาวัตถุมงคล
เพื่อสะเดาะเคราะห์ แก้กรรม
เพื่อต้องการปฏิบัติสมถะและวิปัสสนากรรมฐาน
By
รหัสยืนยัน :

Result
สมเด็จพระสังฆราช
กรมการศาสนา
สนง.แม่กองธรรมสนามหลวง
กระทรวงวัฒนธรรม
พลังจิต.com
พุทธศาสดา
84000 พระธรรมขันธ์
ธรรมดา.เนท
พระไตรปิฏก
ธรรมจักร
ฟังธรรม.com
ธรรมะใกล้ตัว
ธรรมะทูเดย์
มหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย
ธรรมะใกล้มือ
หอจดหมายเหตุท่านพุทธทาส
สนง.วัฒนธรรมจังหวัดปราจีนบุรี
ศ.ต.ภ
dhammaOD
ชุมชนคนรักปราจีน
คลังหนังสืออิเลคทรอนิคส์
มูลนิธิพุทธโฆษณ์
สำนักพิมพ์ธรรมสภา
มูลนิธิมหามงกุฎฯ
บริการกายภาพบำบัด
สำนักเรียนธรรมศึกษาวัดหลวงปรีชากูล
วัดปัญญานันทาราม
พุทธทาส.คอม
วัดญาณเวศกวัน
สนามหลวงแผนกบาลี
มหามงกุฏราชวิทยาลัย
สนง.พระพุทธศาสนาแห่งชาติ
ตรวจผลสอบ น.ธ,ธ.ศ
มหาเถรสมาคม
หอสมุดพระพุทธศาสนานานาชาติมหาสิรินาถ
โพธิยาลัย
สนง.พระพุทธศาสนาปราจีนบุรี
สนง.ประชาสัมพันธ์ จว.ปราจีนบุรี
สพป.ปราจีนบุรี เขต๑
ลานธรรมเสวนา
ชีวิตสิกขา
พุทธชยันตี
วัดเกาะเค็ดนอก
ธรรมะไทย
อบต.โคกไม้ลาย
ธนาคารจิตอาสา
ไทยแวร์ธรรมะ
โอวาทธรรมพระอริยะเจ้า
วัดอัมพวัน (หลวงพ่อจรัล)
โรงเรียนมัธยมวัดป่ามะไฟ
วัดมเหยงคณ์
วัดนาป่าพง
ธรรมดา.เนท
วัดหนองป่าพง
โรงเรียนวิถีพุทธ
โอวาทธรรม พระอริยเจ้า
Facebook คณะสงฆ์จังหวัดปราจีนบุรี
วัดป่าสุคะโต
มูลนิธิ ๑๐๐ พระชันษาสมเด็จพระญาณสังวรานุสรณ์
พระประวัติสมเด็จพระสังฆราช ๑๙ พระองค์
มูลนิธิสมเด็จพระสังฆราชวัดบวร
สถาบันพระสังฆาธิการ
เพื่อนบ้านทั้งหมด
สำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดดีเด่น ปี ๒๕๕๒

QR Code - Watpamafai

Bangkok




โครงการหมู่บ้านศีลห้า

ติดต่อวัด ติดต่อผู้ดูแล สมุดเยี่ยม เว็บบอร์ด ห้องภาพถ่าย ดาวน์โหลดเอกสาร แผนที่
By www.watpamafai.org .  
Copyright 2005-2017 All rights reserved.
view