สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com
Cart รายการสินค้า (0)


ขอเชิญร่วมมหากุศลเททองหล่อหลวงพ่อองค์ดำ หน้าตัก ๘๙ นิ้ว โดยมี ๙๙ หุ้นส่วนบุญหลัก หุ้นส่วนละ ๙,๙๙๙ บาท (เจ้าภาพจะได้นำแผ่นดวงบรรจุใต้ฐานหลวงพ่อองค์ดำ)

ขอเชิญร่วมมหากุศลเททองหล่อหลวงพ่อองค์ดำ หน้าตัก ๘๙ นิ้ว โดยมี ๙๙ หุ้นส่วนบุญหลัก หุ้นส่วนละ ๙,๙๙๙ บาท (เจ้าภาพจะได้นำแผ่นดวงบรรจุใต้ฐานหลวงพ่อองค์ดำ)

วันอาทิตย์ที่ ๒๕ มีนาคม ๒๕๖๑
"ขอเชิญร่วมเททองหล่อหลวงพ่อองค์ดำ หน้าตัก ๘๙ นิ้ว"

"ขอเชิญร่วมบุญเป็นเจ้าภาพเททองหล่อพระประธาน (หลวงพ่อองค์ดำแห่งนาลันทา) หน้าตัก ๘๙ นิ้ว"

ขอเชิญร่วมบุญเป็นเจ้าภาพเททองหล่อพระประธาน (หลวงพ่อองค์ดำแห่งนาลันทา) หน้าตัก ๘๙ นิ้ว
จำนวน ๙๙ กองบุญ กองบุญละ ๙,๙๙๙ บาท (จารึกชื่อเจ้าภาพทั้ง ๙๙ ท่านที่ฐานพระ และบรรจุแผ่นดวงชะตาภายในฐานหลวงพ่อองค์ดำ)
ณ วัดป่ามะไฟ ต.โคกไม้ลาย อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี


ในวันอาทิตย์ที่ ๒๕ มีนาคม ๒๕๖๑
เวลา ๑๔.๑๙ น. พิธีบวงสรวงบูชาฤกษ์
เวลา ๑๕. ๓๙ น.
-พระสงฆ์ ๙ รูป เจริญธัมมจักกัปปวัตตนสูตร
-พระเถราจารย์ ๔ รูป นั่งอธิฐานจิต ๔ ทิศ
-ประกอบพิธีเททองหล่อพระประธาน

ติดต่อร่วมบุญเป็นเจ้าภาพได้ที่ :
พระครูภาวนาธรรมธารี : ๐๘๑-๙๘๓๖-๗๗๐
พระครูปลัดประทีป : ๐๘๑-๘๖๕๒-๔๑๒
พระอาจารย์จิรวัฒน์ : ๐๘๙-๖๐๐๐-๐๖๙
(ธนาคารกรุงไทย ออมทรัพย์ สาขาปราจีนบุรี
ชื่อ วัดป่ามะไฟ เลขที่ ๒๑๓-๑-๗๖๖๘๓-๑)

ประธานเททองหล่อพระประธาน
(หลวงพ่อองค์ดำแห่งนาลันทา)
คุณรมิดา ไชยภรธรรม
ตั้งต้นกองบุญจำนวน ๒๐๐,๐๐๐ บาท



รายนามเจ้าภาพเททองหล่อพระประธาน (หลวงพ่อองค์ดำแห่งนาลันทา)
จำนวน ๙๙ กองบุญ กองบุญละ ๙,๙๙๙ บาท

๕๕. คุณสุทธิโรจน์-คุณณัชวีย์-คุณสรวีย์-คุณเมธวีย์ จริยนพนันท์
๕๔. ร.ต.อ.ประกาศศักดิ์-คุณเยาวลักษณ์-คุณสันติภาพ-ด.ญ.ปานฤทัย คำภีระ
๕๓. ครอบครัวสงวนสิน
๕๒. แม่ชีจรรยา ละเอียดดี, คุณจีรนันท์-คุณพิสิษฐ ทองจับ และครอบครัว
๕๑. คุณพัชรินทร์ โชติบุญเรือง และครอบครัว
๕๐. คุณมณฑนะ แสงคำสุข
๔๙. แม่ชีสุชนีย์ แซ่ปัง และลูกหลาน
๔๘. คุณศักดิ์-คุณสุภาพร เอื้อชูเกียรติ และครอบครัว (ถวายแล้ว)

๔๗. คุณนิภาภรณ์-คุณจีรทัศน์ แจ่มไพบูลย์ และครอบครัว
๔๖. คุณครูภักดีพรรณ พุยศิริ และบุตรหลาน
๔๕. คุณสุเมธ-คุณศิวานี-คุณศิวเมธ ศิระวจนกุล
๔๔. คุณรัญดา อยู่วิทยา

๔๓. ณฎฺฐพโล ภิกขุ และคณะ
๔๒. คุณศิริกร-คุณนิตยา อรรคลีพันธุ์
๔๑. คุณกิตติพงษ์-คุณสราทิพย์ ม่วงงาม
๔๐. คุณนิภาพร ม่วงงาม-ด.ช.เบนจามิน ดาซิลวา
๓๙. คุณพรเพ็ญ ม่วงงาม
๓๘. คุณชาญชัย-คุณรำไพพรรณ จินดาสถาพร และครอบครัว
๓๗. พันโทนายแพทย์ปกภทร-แพทย์หญิงสุธีรา คุณาสันติวรกุล และครอบครัว
๓๖. คุณนันท์ ฐาราชวงศ์ศึก และครอบครัว
๓๕. คุณวรุตตม์ วานิชสมบัติ และครอบครัว
๓๔..คุณจุฑามณี ชมพันธุ์-คุณรุ้งรวี ชมพันธุ์
๓๓. คุณพิพัฒน์-คุณกุลธนันท์ บุญธรรม พร้อมครอบครัว
๓๒. คุณสุพัชร มนัสกูล และครอบครัว
๓๑. คุณเพ็ญจันทร์ เจียมเจริญ
๓๐. คุณศรัณย์พร จิระนคร
๒๙. คุณสิตานัน จิระนคร
๒๘. คุณสุนีย์ จิระนคร
๒๗. คุณวรา จิระนคร
๒๖. คุณยายเขียว ชูใจ (ถวายแล้ว)
๒๕. พันโทหญิง ฐาณิปภา สินสุวรรณ-คุณนภัสวรรณ สินสุวรรณ
๒๔. คุณแม่เตียง ผลวัฒนะ
๒๓. คุณกัญญาวีร์ รุ่งสวัสดิ์
๒๒. ร.ต.ต.หญิง ศิริรัตนา-พ.อ.กฤษฎิ์ มงคล
๒๑. พล.ท.สุพจน์ ธำมรงค์รัตน์ (เจ้ากรมสารบรรณทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย) และครอบครัว
๒๐. ด.ต.กิตติพงศ์ เอี่ยมบำรุงทรัพย์-ด.ช.พงศ์ศิริ เอี่ยมบำรุงทรัพย์-คุณนริญญา โภคานฤมิต
๑๙. คุณภาณิตา หัตถกิจกุล
๑๘. คุณสมฤดี ไทยพานิช
๑๗. คุณปฤศฎางค์ อิ้งจะนิล อุทิศให้ คุณพ่อเธียรชัย อิ้งจะนิล
๑๖. พ.อ.สุรินทร์ ปรียานุภาพ (รอง ผ.อ.กอรมน. จังหวัดนครนายก) และเพื่อน
๑๕. คุณส้มเช้า พราวศรี
๑๔. อ.ชวลิต-อ.สุดใจ แสงคำสุข และลูกหลาน
๑๓. แม่ชีวลัยพร เขตวันชัย
๑๒. แม่ชีสมศรี ชุ่มวัฒนะ
๑๑. คุณรัชนก ไผ่สุข
๑๐. อ.วิเชียร-อ.แขไข กิตติปัญญาวงษ์ และครอบครัว
๙. คุณชลอ กล้าหาญ และครอบครัว
๘. นายกบังอร วิลาวัลย์
๗. แม่ชีดาวเรือง นิศามณีรัตน์
๖. คุณบุญช่วย-คุณชนม์ชนก อรรถวรรธน
๕. คุณพ่อชัยรัตน์-คุณแม่สุธิดา อุ่นเมตตาอารีและลูกหลาน
๔. คุณสุรพงษ์-พ.ต.ต.หญิง ปิยะนุช โพธิ์เจริญ
๓. พระจิรวัฒน์ อคฺคจิตฺโต
๒. ครอบครัวชินปัญจะพล
๑. ตลาดบวรร่มเกล้า

รายนามเจ้าภาพเททองหล่อพระประธาน (หลวงพ่อองค์ดำแห่งนาลันทา) ตามกำลังศรัทธา

๓๐. คุณวรรุช เอกอำนวย ๑,๐๐๐ บาท
๒๙. พระพเยาว์ ธมฺมวํโส ๑,๐๐๐ บาท
๒๘. แม่ชีอรุณนภาภัทร์ จันทร์ชิดฟ้า ๑,๐๐๐ บาท
๒๗. คุณประเสริฐ ถานะภิรมย์ ๘,๐๐๐ บาท

๒๖. คุณประยงค์ ปินะถา ๑,๐๐๐ บาท

๒๕. คุณสุรีย์ ฤทธิ์อินทร์ ๑,๐๐๐ บาท
๒๔. คุณจินดา ลักษณะโยธิน ๒,๐๐๐ บาท
๒๓. คุณไพโรจน์-คุณดนยา จันทร์หอม ๑,๐๐๐ บาท
๒๒. คุณชัชชัย-คุณธนพร กมลศักดิ์พิทักษ์ ๑,๐๐๐ บาท
๒๑. คุณธนิษฐา จันทร์คลาย ๑,๐๐๐ บาท
๒๐. คุณวรรณี พิหูสูตร ๑,๐๐๐ บาท
๑๙. พ.ญ.จิราพร แสงแก้วสันติสุข ๑,๐๐๐ บาท
๑๘. พระจิรวัฒน์ อคฺคจิตฺโต ๑,๐๐๐ บาท
๑๗. แม่ชีสนิท เพ็ชรเอี่ยม ๑,๐๐๐ บาท
๑๖. คุณศรีีัรัตน์ อภิรักษ์ภูสิทธิ์ ๒,๐๐๐ บาท
๑๕. คุณชูชาติ วรมิตร-คุณกัลยา-คุณอนุกฤษณ์ ธนวิรุฬห์กุล ๑,๐๐๐ บาท
๑๔. แม่ชีอาภรณ์ กิ่งแก้ว ๑,๐๐๐ บาท
๑๓. คุณนัฐฐา เหล็งศรีชะเอม และครอบครัว ๑,๐๐๐ บาท
๑๒. คุณปริวัฒ์-คุณฉัตรฉราวรรณ ไพวงศ์ ๑,๐๐๐ บาท
๑๑. แม่ชีกัญจนา จงห่วงกลาง ๑,๐๐๐ บาท
๑๐. คุณครูทุเรียน ทรัพย์ประสาท ๑,๐๐๐ บาท
๙. คุณแม่ชีสุชนีย์ แซ่ปัง ๑,๐๐๐ บาท
๘. คุณธนัทภัทร-คุณรวิชญ์ ๑,๐๐๐ บาท
๗. แม่ชีธนันศรี ไชยม ๑,๐๐๐ บาท
๖. คุณแม่ทับทิม ไชยม และครอบครัว ๑,๐๐๐ บาท
๕. คุณชวิศา เจริญเดช และครอบครัว ๒,๐๐๐ บาท
๔. แม่ชีอาทิตยา รัตนเดชสกุล ๑,๐๐๐ บาท
๓. คุณกมลชนก ห่านสุวรรณกูล ๑,๐๐๐ บาท
๒. คุณอุดมศักดิ์-คุณดวงพร หงษ์ทอง ๑,๐๐๐ บาท
๑. คุณวีรวัต เอกภานุวัฒน์-คุณบูรตา อิ้งจะนิล ๑,๐๐๐ บาท

ขออานิสงค์แห่งบุญนี้จงสำเร็จประโยชน์แก่ท่านทุกเมื่อเทอญ

ปี พ.ศ. ๒๕๕๔ คณะศรัทธาได้ร่วมกันหล่อ "พระพุทธเมตตา" หน้าตัก ๘๔ นิ้ว เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาครบ ๘๔ พรรษา (๗ รอบ)
ปัจจุบันประดิษฐานในมณฑปพระอสีติธาตุ

ในปี ๒๕๖๑ ที่จะถึงนี้ขอเชิญเขิญชวนคณะศรัทธา ร่วมกันเททองหล่อ "หลวงพ่อองค์ดำ" หรือ "หลวงพ่ออ้วน" หน้าตัก ๘๙ นิ้ว เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช 
โดยมี คุณรมิดา ไชยภรธรรม-
เป็นประธานในการเททอง 
จึงขอเชิญชวนทุกท่านร่วมเป็นเจ้าภาพ และเททองในครั้งนี้

21751874_1665335716824648_3649242610935540360_n

ประวัติหลวงพ่อพระพุทธเจ้าองค์ดำ

สำหรับประวัติความเป็นมาของหลวงพ่อพระพุทธเจ้าองค์ดำ หรือ “หลวงพ่ออ้วน” นั้น จากบันทึกของ ท่านราม ปิล่า สิงห์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักงานท่องเที่ยวอินเดีย ทำให้เราได้ทราบว่า พระพุทธรูปองค์นี้สร้างขึ้นโดยท่านธรรมปาล ในสมัยพระเจ้าเทวาปาล คือระหว่างปี พ.ศ. ๑๓๕๓-๑๓๙๓

ถ้าหากท่านทราบประวัติความเป็นมามากกว่านี้ ท่านจะรู้สึกศรัทธาและประหลาดใจเป็นแน่ เพราะเป็นพระพุทธรูปองค์เดียวเท่านั้นที่เหลือจากการทำลายของคนศาสนาอื่นได้อย่างไม่น่าเชื่อ กล่าวคือ เมื่อปี พ.ศ. ๑๗๖๖ พวกมุสลิมเติร์ก (ตุรกี) ได้ใช้วิธีเผยแผ่พระศาสนาโดยใช้กำลังอาวุธ ถ้าใครไม่นับถือศาสนาของตนจะต้องถูกทำร้าย โดยเฉพาะผู้ที่นับถือพระพุทธศาสนาถือว่าเป็นศัตรูตัวสำคัญจะต้องถูกทำลาย ไม่ว่าจะเป็นคนหรือทรัพย์สมบัติในพระพุทธศาสนา จนกระทั่งพวกมุสลิมสามารถเข้ายึดครองดินแดนชมพูทวีปฝ่ายเหนือและแคว้นมคธได้ทั้งหมด ด้วยการใช้กำลังอำนาจเข้าห้ำหั่น ฆ่าฟัน ข่มเหง และย่ำยีด้วยวิธีการต่างๆ นานา ซึ่งมี“โมฮัมหมัด อิคเทีย ซิลจิ” ลูกชายของภัคเทีย ซิลจิ เป็นหัวหน้า ได้พาทหารสมัครพรรคพวกชาวเติร์กถืออาวุธเข้าห้ำหั่นชาวพุทธ ทุบทำลายเผาตำรับตำรา ถาวรวัตถุสถานที่สำคัญทางพระพุทธศาสนา

กระทั่งเป็นเหตุให้มหาวิทยาลัยนาลันทา หลวงพ่อพระพุทธเจ้าองค์ดำ พระพุทธรูปองค์อื่นๆ และเอกสารตำรับตำราทางพระพุทธศาสนาทั้งหมด ได้ถูกเศษอิฐและหินทับถมจมลงใต้แผ่นดิน ถูกลบหายไปจากความทรงจำของผู้คนเป็นเวลานานเกือบ ๗ ศตวรรษ หรือประมาณเกือบ ๗๐๐ ปี คงเหลือไว้แต่ซากปรักหักพักอย่างที่เราเห็น เป็นที่น่าเสียดายยิ่งนัก ว่ากันว่ากองทัพมุสลิมเติร์กเอาเชื้อเพลิงมาสุมแล้วจุดไฟเผา กินเวลาเป็นแรมเดือนกว่าทุกสิ่งทุกอย่างจะมอดไหม้หมดสิ้น แสดงให้เห็นว่ามหาวิทยาลัยสงฆ์แห่งนี้มีความใหญ่โตกว้างใหญ่ไพศาลมากทีเดียว

สำหรับสาเหตุที่หลวงพ่อพระพุทธเจ้าองค์ดำ ถูกฝังจมอยู่ใต้แผ่นดินกินเวลานานเกือบ ๗ ศตวรรษนั้น ท่านตารนาท ธรรมสวามินปราชญ์ หรือท่านลามะธรรมสวามิน (Lama Dharmasvamin) พระธิเบต ผู้เห็นเหตุการณ์ ได้บันทึกไว้ว่า...กองทัพมุสลิมเติร์กหลังจากเข้าปกครองดินแดนชมพูทวีปฝ่ายเหนือและแคว้นมคธได้ทั้งหมดแล้ว ก็เริ่มทำลายวัดวาอาราม ตลอดทั้งปูชนียสถานทางพระพุทธศาสนาเกือบทั้งหมด ในปี พ.ศ. ๑๗๖๖ กองทัพมุสลิมเติร์กนำโดย โมฮัมหมัด อิคเทีย ซิลจิ พร้อมด้วยทหารประมาณ ๒๐๐ คน ได้กรีฑาทัพเข้าไปในมหาวิทยาลัยนาลันทา ทำลายพระพุทธรูปและศิลปกรรมต่างๆ ที่ขวางหน้าอย่างมันมือและเมามัน โดยปราศจากผู้คนที่จะมาต่อต้านเกือบทั้งสิ้น เท่านั้นมิหนำใจยังเอาเชื้อเพลิงมาสุมแล้วจุดไฟเผา จนทำให้คัมภีร์ตำราทางพระพุทธศาสนาทั้งเก่าและใหม่ถูกไฟไหม้เกือบหมดสิ้น พอสาสมแก่ใจแล้ว โมฮัมหมัด อิคเทีย ซิลจิ และทหารสมัครพรรคพวกชาวเติร์กก็ยกทัพกลับไปยังเมืองภัคเทียปูร์

พอกองทัพมุสลิมเติร์กยกทัพกลับไปแล้ว พระนักศึกษาและพระอาจารย์ของมหาวิทยาลัยนาลันทาประมาณ ๗๐ องค์ ที่หลบซ่อนอยู่ก็พากันย้อนกลับเข้าไปในมหาวิทยาลัย แล้วก็พบว่าพระพุทธรูปและศิลปกรรมส่วนใหญ่ถูกทำลายเสียหายอย่างย่อยยับ แต่ยังมีที่พอที่จะจัดการปฏิสังขรณ์ได้ จึงพร้อมใจกันดำเนินการซ่อมแซม โดยให้ท่านมุทิตาภัทร เป็นหัวหน้า ท่านรัฐมนตรีของกษัตริย์แคว้นมคธในสมัยนั้น ได้จัดทุนทรัพย์จำนวนหนึ่ง ส่งไปจากแคว้นมคธเพื่อช่วยเหลือซ่อมแซมปฏิสังขรณ์วัดวาอารามที่นาลันทาขึ้นมาใหม่ แต่ก็ทำได้บางส่วนเท่านั้น

แต่แล้วต่อมาวันหนึ่ง ได้มีชูชก ๒ คนเข้ามาวางอำนาจ ทำตัวเป็นผู้มีอิทธิพลทางศาสนา จนกระทั่งเวลา ๑๒ ปีผ่านไป ๒ ชูชกดังกล่าวก็ยังวางตนเขื่องอยู่ มาถึงคราวหนึ่งทั้ง ๒ ชูชกได้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนาขึ้น และคงคิดว่าเพียงพอแล้วที่จะอยู่ที่นี่ต่อไป จึงได้รวบรวมเศษไม้แล้วก่อไฟขึ้น พร้อมทั้งขว้างปาดุ้นฟืนที่ติดไฟไปตามสถานที่ต่างๆ โดยรอบ จนกระทั่งเกิดไฟลุกไหม้ไปทั่วมหาวิทยาลัยนาลันทา มหาวิทยาลัยสงฆ์แห่งแรกของโลก จนแหลกลาญเป็นผุยผง สุดที่จะทำการซ่อมแซมปฏิสังขรณ์ให้คืนดีได้ดังเดิม มหาวิทยาลัยนาลันทาอันเลื่องชื่อลือนามก็เป็นอันสิ้นสุดลง ถูกปล่อยให้รกร้างว่างเปล่ามาตั้งแต่บัดนั้น

ในยุคที่อังกฤษปกครองอินเดีย มีนักโบราณคดีจำนวนมากได้เข้ามาสำรวจขุดค้นพุทธสถานต่างๆ ในอินเดียโดยอาศัยบันทึกลายแทงของพระถังซัมจั๋ง (หลวงจีนเฮียงจัง, Xuanzang ท่านเป็นพระจีนที่เคยเดินทางไปศึกษาพระพุทธศาสนา ณ มหาวิทยาลัยนาลันทา เป็นเวลาถึง ๑๔ ปี โดยได้บันทึกเหตุการณ์และสถานที่สำคัญต่างๆ เอาไว้อย่างละเอียด) เกี่ยวกับเรื่องของมหาวิทยาลัยนาลันทา คนแรกที่เข้ามาสำรวจ คือ ท่านลอร์ดแฮมิลตัน (Lord Hamilton) เมื่อปี พ.ศ. ๒๓๕๘ แต่ไม่ค้นพบโบราณวัตถุสำคัญใดๆ ค้นพบเพียงพระพุทธรูปและเทวรูป ๒ องค์เท่านั้น ซึ่งสถานที่ค้นพบอยู่ห่างจากมหาวิทยาลัยสงฆ์เพียง ๑ กิโลเมตร

ต่อมาอีก ๔๕ ปี เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๐๓ มีนักปราชญ์ผู้เชี่ยวชาญด้านโบราณคดีชาวอังกฤษคนหนึ่งชื่อ นายพลโทเซอร์ อเล็กซานเดอร์ คันนิ่งแฮม (Sir Alexander Cunningham) ได้ศึกษาและอ่านบันทึกลายแทงของพระถังซัมจั๋งดังกล่าวจนเข้าใจอย่างถ่องแท้ จึงนำคณะเข้ามาสำรวจและขุดค้น ก็ปรากฏผลดังที่ตนปรารถนาไว้ทุกประการ คือได้ค้นพบพระเจดีย์องค์ที่ตั้งอยู่ใจกลางมหาวิทยาลัยสงฆ์นาลันทาพอดี ซึ่งในขณะนั้นเป็นเพียงกองดินสูงเท่านั้น จากนั้นเซอร์คันนิ่งแฮมก็ได้ทำแผนที่ตามบันทึกลายแทงที่มีอยู่ (คือจากหนังสือของพระถังซัมจั๋ง) เพื่อค้นหาพระเจดีย์องค์อื่นๆ โดยมอบหมายให้กลุ่มนักสำรวจขุดค้นซึ่งมี นาย เอ.เอ็ม.พรอดเล่ย์ และ ดร.สปูนเนอร์ เป็นหัวหน้า เข้าไปค้นหาปูชนียวัตถุตามบันทึกนั้น ก็ปรากฏว่าเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๕๘ ได้ค้นพบซากพระเจดีย์องค์อื่นๆ และตัวมหาวิทยาลัยสงฆ์ รวมทั้ง หลวงพ่อพระพุทธเจ้าองค์ดำ และพระพุทธรูปองค์อื่นๆ อีกมากมายหลายองค์ซึ่งส่วนมากจะเสียหายหักบิ่นจากการถูกทำลายของกองทัพมุสลิมเติร์กดังกล่าว ในครั้งนั้นกลุ่มนักสำรวจขุดค้นได้ส่งเข้าไปเก็บรักษาไว้ที่พิพิธภัณฑ์ประเทศอังกฤษเกือบทั้งหมด (ปัจจุบันนำกลับมาเก็บรักษาไว้ที่พิพิธภัณฑ์นาลันทา) การค้นพบครั้งนี้เท่ากับว่า “มหาวิทยาลัยนาลันทา” มหาวิทยาลัยสงฆ์แห่งแรกของโลก ได้ปรากฏแก่สายตาชาวโลกอีกครั้งหนึ่ง

สำหรับ “หลวงพ่อพระพุทธเจ้าองค์ดำ” นั้น ไม่ทราบว่าเป็นเพราะเหตุใดจึงไม่ถูกส่งไปเก็บรักษาไว้ที่พิพิธภัณฑ์ประเทศอังกฤษด้วย และเป็นพระพุทธรูปองค์เดียวเท่านั้นที่ยังคงความสมบูรณ์ที่สุด จะมีหักบิ่นเล็กน้อยเฉพาะที่บางองคุลีของพระหัตถ์ขวาและพระนาสิกเท่านั้น สรุปแล้วก็คือเป็นพระพุทธรูปองค์เดียวเท่านั้นที่เหลือรอดจากการถูกทำลายของกองทัพมุสลิมเติร์ก และไม่ถูกอังกฤษยึดไป

หากมองจากภาพโดยทั่วๆ ไปแล้ว หลวงพ่อพระพุทธเจ้าองค์ดำนั้นมีขนาดใหญ่และประดิษฐานตั้งไว้บนฐานที่มั่นคง จึงยากลำบากต่อการเคลื่อนย้าย ตามคำบอกเล่าทราบว่าในภายหลังรัฐบาลอินเดียพยายามที่จะย้ายองค์หลวงพ่อไปเก็บรักษาไว้ภายในพิพิธภัณฑ์เมืองนาลันทา แต่ทุกครั้งที่มีการเคลื่อนย้ายมักเกิดเหตุอาเพศที่ไม่คาดฝันเสมอ เช่น ฝนตกอย่างหนัก เกิดฟ้าผ่าอย่างรุนแรง เป็นต้น กระทั่งเป็นเหตุให้การเคลื่อนย้ายองค์พระไม่สำเร็จ

ขณะเดียวกันชาวบ้านได้มาดูแลรักษาหลวงพ่อพระพุทธเจ้าองค์ดำไว้ หากเกิดการเจ็บป่วยก็จะนำน้ำมันมาทาลูบไล้องค์พระ แล้วอธิษฐานขอให้องค์หลวงพ่อรักษาโรคต่างๆ ซึ่งนับเป็นมหัศจรรย์ว่าโรคต่างๆ ได้ถูกรักษาด้วย “พลังความศักดิ์สิทธิ์” ขององค์พระ ปัจจุบันแม้แต่ชาวพุทธผู้แสวงบุญชาวไทยต่างได้เดินทางมาสักการะและอธิษฐานขอพรซึ่งก็สามารถรักษาโรคต่างๆ หายได้อย่างน่าประหลาดใจ นับเป็นเรื่องมหัศจรรย์ยิ่งนัก

Tags :

view