สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com
Cart รายการสินค้า (0)


๒๓ ก.ย.๒๕๕๘
มีลูกศิษย์ทำการค้าออกบู๊ทแสดงสินค้างานเฟอร์นิเจอร์แฟร์ที่เมืองทองธานีวันนี้ ขอคาถารวยเร็วๆ ลูกค้ารัก ลูกค้าหลง เงินทองไหลมาเทมา แบบด่วนๆสักบท

พระอาจารย์เมตตาลูกศิษย์แนะว่า
ให้ต้อนรับด้วยไมตรี , พูดจาไพเราะ , ขายไม่แพง
และตามด้วย พระคาถาหัวใจเศรษฐี

อุ อา กะ สะ

อุ...อุฐานสัมปทา ถึงพร้อมด้วยความขยันหมั่นเพียร
อา...อารักขสัมปทา รู้จักจับจ่ายและรักษาทรัพย์ที่มีอยู่
กะ...กัลยาณมิตตา เลือกคบหาแต่มิตรที่ดี
สะ...สมชีวิตา ใช้ชีวิตด้วยความพอเพียงสมฐานะ

และให้พรเพิ่มอีกว่า...บุญ+ขยัน+สติ+ปัญญา =โยม...(ชื่อลูกศิษย์) รวยๆๆๆ มีความสุข พูดอะไรก็ขายได้

หมายเหตุ : พระครูภาวนาธรรมธารีได้ชี้แจงว่า อันนี้เป็นคำสอนของพระพุทธเจ้า ท่านเป็นเพียงแค่นำมาเผยแพร่ต่อ

๑๗ ก.ย.๒๕๕๘ (ฟืนเปียกน้ำ)

เรื่องมีอยู่ว่า วันที่ ๑๙ ก.ย.๒๕๕๘ จะมีงานเททองหล่อพระพุทธเจ้าอโนมทัสสี ๑ องค์ ช่วงนี้ที่วัดฝนตกหนักติดกันตลอด พื้นก็เปียกน้ำ ฟืนจำนวนมากที่เตรียมไว้  ใช้เผาเตาหล่อพิมพ์พระก็เปียกน้ำไปด้วย

ลูกศิษย์บอกว่า...... ฟืนเปียกน้ำ ?...แย่เลยค่ะ
พระอาจารย์ตอบว่า...ฟืนเปียกน้ำจุดติดยาก
ดั่งใจคนที่ชุ่มไปด้วยกิเลสตัณหา
ย่อมฟังธรรมแล้วไม่เข้าใจ
ถ้าโยนฟืนที่เปียกน้ำนั้นลงสู่กองไฟใหญ่
ไม่ช้าฟืนจะมอดไหม้ด้วยไฟนั้น
ดั่งบุคคลที่มีไฟเปรียบพลังทั้ง 5
อันประกอบด้วย ศรัทธา วิริยะ สติ สมาธิ ปัญญา
ย่อมเผากิเลสทั้งหลายให้เหือดแห้งไป

ลูกศิษย์ต่างๆ ช่วยกันทำความเข้าใจว่าพระอาจารย์กำลังสอนอะไร
บ้างว่าตัวเป็นฟืน บ้างว่าตัวเป็นไฟ
พระอาจารย์มาตอบต่อไปว่า..
พระพุทธองค์ทรงตรัสว่า
เย ธมฺมา เหตุปฺปภวา
เยสํ เหตุํ ตถาคโต อาห
เตสญฺจ โย นิโรโธ จ
เอวํ วาที มหาสมโณติ ฯ
ธรรมทั้งหลายเหล่าใดเกิดแต่เหตุ
พระตถาคตเจ้าทรงแสดงเหตุแห่งธรรมเหล่านั้น
และความดับแห่งธรรมทั้งหลายเหล่านั้น
พระมหาสมณะเจ้า ทรงสั่งสอนอย่างนี้

และทิ้งคำถามให้ตอบอีก...
กิเลสเกิดที่ไหน?  พละ 5 เกิดที่ไหน?
และขอให้ลูกศิษย์ทุกคนตอบพร้อมกันเลย
ลูกศิษย์..บ้างก็ตอบว่าใจ บ้างก็ตอบอาศัยทั้งกายและใจ บ้างก็ไม่ตอบ
คิดทำความเข้าใจกันไปมา เลยยังไม่ได้คำตอบ
พระอาจารย์มาบอกว่า.. คิดแต่พอดี อามิตตาพุทธ

วันรุ่งขึ้นที่ ๑๘ ก.ย.๒๕๕๘
ลูกศิษย์คนแรกที่บอกว่า...ฟืนเปียกน้ำ ?....แย่เลย
กลับไปทำความเข้าใจคำสอนของพระอาจารย์และกลับมาอธิบายว่า
เรื่องฟืนเปียกน้ำ กับ กองไฟ.. โยม (ใช้เรียกแทนชื่อลูกศิษย์)พอเข้าใจแล้ว
ทั้งฟืน และ กองไฟ ก็คือ "ใจ" ของเรานั่นเอง...ไม่ใช่ตัวเรา
ไม่ใช่ตัวตน ไม่ใช่ร่างกาย
ฟืนเปียกน้ำ..เหมือนใจที่มีกิเลสหนักหนา
กองไฟ...ก็คือใจที่ทำหน้าที่เผาผลาญกิเลส
กิเลสมาก ..เหมือนฟืนทีเปียกน้ำมาก...จึงต้องใช้ไฟกองใหญ่
ถูกต้องไม๊คะ พระอาจารย์
พระอาจารย์ตอบว่า.....เยี่ยมมาก
ลูกศิษย์บอกว่า...โยมไม่โง่แล้วนะ
พระอาจารย์ตอบว่า...ถ้าไม่เคยโง่ จะไม่มีวันฉลาด















๒๒ ก.ย.๒๕๕๘
สูตรการทำกิน
บุญ +ขยัน +สติ +ปัญญา  = เจริญรุ่งเรือง
บาป +เกียจคร้าน +ประมาท +หลงคิดเพ้อเจ้อ =พาตกต่ำ


๒๕ ก.ย.๒๕๕๘

เรื่องมีอยู่ว่า..(อุบัติเหตุเกิด ๒๔ ก.ย.๒๕๕๘ คนขับเป็นผู้หญิง ขับรถมาจากตัวเมืองปราจีนบุรี มุ่งหน้า อ.ศรีมโหสถ เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุรถเสียหลักลงข้างทางและอัดชนเข้ากับต้นคูนริมถนน ทำให้เกิดเปลวเพลิงลุกไหม้
ตำรวจขับรถมาประสบเหตุพอดี จึงได้ทุบกระจกรถนำตัวผู้บาดเจ็บออกมาได้ทัน ก่อนที่จะถูกไฟคลอก นำตัวส่งโรงพยาบาลศรีมโหสถ แต่เนื่องจากผู้บาดเจ็บมีอาการสาหัส จึงได้ส่งตัวไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร สุดท้ายได้เสียชีวิตลง)


พระอาจารย์ : เมื่อคืนแฟนผู้ตาย (ผู้ชาย)โทรมากลางดึก ร้องห่มร้องไห้ ให้หลวงพ่อช่วยแฟนผมด้วย หลวงพ่อช่วยนำวิญญาณแฟนผมกลับเข้าร่างด้วย ???

พระอาจารย์ : เลยบอกให้เขาตั้งสติดีๆ ทุกคนมีกรรมเป็นของของตน
เมื่อเหตุการณ์เป็นเช่นนี้แล้ว ก็พึงส่งความปรารถนาดีไปให้เขา
อธิษฐานถึงพระรัตนตรัย น้อมใจมอบบุญกุศลที่เราได้สร้างมาให้แก่เขา
แต่สุดท้ายเขาจะอยู่หรือจะไปก็สุดแท้แต่กรรมลิขิต
ถือว่าเราได้กระทำสิ่งที่ควรทำแล้ว
อีกอย่าง ไม่ช้าไม่นาน หลวงพ่อและเธอก็ต้องตามเขาไปเหมือนกัน

ลูกศิษย์ : ตายกระทันหัน คนอยู่ข้างหลังตั้งตัวไม่ทัน..ก็ต้องแทบขาดใจเป็นธรรมดา

พระอาจารย์ : เป็นเพราะไม่ได้เตรียมตัวเตรียมใจ และเช้านี้แฟนผู้ตาย (ผู้ชาย) แวะมากราบพระอาจารย์นำนมกล่องมาถวายพระ ๙ ชุด

พระอาจารย์ : บอกเขาว่าสิ่งที่เคยเรียนเคยรู้ตอนบวชอยู่กับหลวงพ่อไม่ได้ช่วยอะไรเธอเลยหรือ ?
เขานิ่งไปซักพัก แล้วพูดว่า ผมเข้าใจแล้วครับ ขอบพระคุณหลวงพ่อมาก
จึงบอกเขาให้ไปช่วยงานศพให้เรียบร้อย และหายใจต่อไปอย่างมีคุณค่า

พระอาจารย์ : ทุกคนทุกข์ต้องเรียนรู้และรู้จัก
ปกติก็ทุกข์อยู่แล้ว แต่มนุษย์ไม่รู้จัก "สัพเพ สังขารา ทุกขา"

ลูกศิษย์ : การเรียนรู้..ก็ต้อง คู่ไปกับการทำแบบฝึกหัด
แต่เรื่องแบบนี้...บางครั้ง ก็หาแบบฝึกหัดทำจริง ๆ ไม่ได้...
เมื่อถึงเวลาเกิดขึ้นจริง ๆ ทฤษฏีอย่างเดียว ก็ระลึกไม่ทัน

พระอาจารย์: ปริยัติ ปฏิบัติ ปฏิเวธ พระองค์สอนไว้หมดแล้ว
ลูกศิษย์:ยอมรับ..พระอาจารย์พูดถูกต้องทุกอย่าง



๑๙ มี.ค.๒๕๕๘

รู้อยู่กับกาย

รู้อยู่กับใจ

นั่นแหละจึงจะเข้าใกล้ธรรม


ก.ย. ๒๕๕๘

"สักแต่ว่า"

พระอาจารย์พิมพ์ข้อความนี้ลงในกลุ่มไลน์วัดป่ามะไฟให้อ่าน..

พระพุทธเจ้าทรงตรัสกับกับท่านพาหิยทารุจีริยะ
ให้ศึกษาอย่างนี้ก่อนว่าเมื่อเห็น สักว่าเห็น
เมื่อได้ยิน สักว่าได้ยิน เมื่อทราบ สักว่าทราบ
เมื่อรู้แจ้ง สักว่ารู้แจ้ง ในกาลนั้นท่านย่อมไม่มี
ในกาลใดท่านไม่มีในกาลนั้น ท่านย่อมไม่มีในโลกนี้
ย่อมไม่มีในโลกหน้า ย่อมไม่มีในระหว่างโลกทั้งสอง
นี้แลเป็นที่สุดแห่งทุกข์

ลูกศิษย์ถาม: ต้องน้อมความรู้สึกแบบไหน..ต้องปฏิบัติอย่างไร...ถึงเข้าถึงคำว่า สักว่า....(สักแต่ว่า)

พระอาจารย์ตอบ : รู้ว่าเป็นสิ่งนั้น ไม่ปรุงไปในสิ่งนั้น เห็นภาพปรากฏ ไม่รู้สึกเศร้า ขำ สนุก สลด ในภาพนั้น
แต่ถ้าหลุดเข้ามาจนเป็นอารมณ์ ให้เจริญจิตตานุปัสสนาสติปัฏฐาน
จิตเป็นเช่นไร ก็รู้ว่าจิตเป็นเช่นนั้น ทำลายอภิชฌา (ความยินดี) และโทมนัส (ความยินร้าย) ลงเสีย

ลูกศิษย์ถาม : การทำลายยินดียินร้ายในจิต คือพ้นจากคำว่าสักว่าแล้วใช่มั๊ยคะ....แล้วจะไปสู่อะไรคะ

พระอาจารย์ตอบ : ไม่ยินดียินร้าย---สักแต่ว่า---ไม่มีที่เป็นที่ไป---นิโรธ---สิ้นอาสวะ---นิพพาน
ธรรมนั้นเป็นไปโดยลำดับ แต่การปฏิบัติจะเรียบเรียงทุกอย่างเอง
อะไรเกิดก่อนเจริญก่อน อะไรเกิดก่อนละก่อน เป็นปัจจุบันธรรม
หาวิธีทำให้สงบ...ทำให้สงบ...เฝ้าสังเกตุ...รู้...เห็น...เป็นธรรมชาติ...




คำสอน พระครูภาวนาธรรมธารี
ก.ย.๒๕๕๘

อยู่คนเดียวให้ระวัง ความคิด
อยู่กับหมู่คณะให้ระวัง คำพูด
ให้ทำดีกับทุกคน อย่ามีอคติ

ก.ย.๒๕๕๘
ปลาน้อย ว่ายวน ในตู้ปลา
ประดับประดา น่าชม ดูตื่นใจ
แหวกว่าย เวียนมา และเวียนไป
ว่ายยังไง ก็วนเวียน ในตู้ปลา

ดั่งโลกนี้ ปรุงแต่ง น่าภิรมย์
ล่อผู้คน วนเวียน ให้หลงใหล
ละสิ่งนี้ ติดสิ่งนั้น อยู่ร่ำไป
ไม่ต่างอะไร กับปลา ที่ว่าเอย

๒๗ ส.ค.๒๕๕๘
ไม่ว่าจะเรื่องดีหรือเรื่องร้าย
จะมีตรรกะที่ชัดเจนคือ
แบก = หนัก = ทุกข์
วาง = เบา = สุข

๑๐ ก.ย.๒๕๕๘

ตอนโกรธไม่สงบ
ตอนสงบไม่โกรธ



คำสอน  พระครูภาวนาธรรมธารี
๓ ก.ย.๒๕๕๗
"ทิ้งเมื่อถึง"
เวลาที่เหลืออยู่ในโลกมนุษย์นี้มีจำกัด
พึงสร้างคุณความดีและปล่อยวาง
หากยังข้ามไม่ถึงฝั่ง พึงอาศัยเรือและพาย
จงจอดเรือวางพาย เมื่อถึงฝั่งแล้ว
คำสอน พระครูภาวนาธรรมธารี
ก.ย.๒๕๕๘
โลกยุคโซเชียลเน็ตเวิร์ค
เป็นยุคที่เราต้องใช้"กาลามสูตร" อย่างมาก
เพราะข่าวสารจะเร็วมาก
เราจะพยายามให้ทุกคนที่เรารัก
ห่วงใย สนิทสนมรับรู้ข่าวสาร
เราจะมีธรรมะมากขึ้น
จากการใคร่ครวญไตร่ตรอง
นิสฺสมฺม กรณํเสยโย
(ทุกอย่างต้องใคร่ครวญ)

คำสอน  พระครูภาวนาธรรมธารี

๗ ต.ค.๒๕๕๘
○ ที่ว้าวุ่น เพราะครุ่นคิด ไม่ว่างเว้
ที่ยากเข็ญ เพราะจองเวร มามากหลาย
ที่ทุกข์ยาก เพราะก่อกรรม มามากมาย
อยากสบาย ต้องกระทำ แต่ความดี
○ รู้จักปล่อย ละวาง ว่างที่จิต
มีชีวิต สุขสว่าง ทุกแห่งหน
ประกอบกรรม นำดี เกื้อหนุนต
เกิดเป็นคน ไม่เสียชาติ ธรรมนำพา

๙ ต.ค.๒๕๕๘
โยมท่านหนึ่งโทรมา
โยม : ท่าน...โยมมีเรื่องจะขอความเมตตา.
พอจ (พระอาจารย์) : ได้จ๊ะ
โยม : โยมไปหาหมอมา (เริ่มร้องไห้) โยมว่าจะไม่ร้องแล้วเชียว เลือกตอนที่ใจเข้มแข็งที่สุดโทรมาหาท่าน
พอจ : อืม แล้วหมอว่ายังไง
โยม : นิ่งไปซักพัก หมอบอกว่า ปลายถุงน้ำดีที่ติดกับตับอุดตัน ต้องรักษาโดยการเจาะแล้วใส่ท่อระบายของเสีย แต่โยมคิดแล้วจะไม่เจาะเพราะทรมานและยุ่งยากในการใช้ชีวิต
พอจ. : แล้วมีวิธีอื่นรักษาไหม?
โยม : ตอนนี้โยมกินยาสมุนไพร กินแล้วรู้สึกดีขึ้น
พอจ. : ดีแล้ว รักษาไปตามเหตุปัจจัย มันหายก็ดี มันไม่หายก็ตาย เพราะยังไงมันก็ต้องตาย อยู่ที่ว่าจะช้าหรือเร็ว เราเตรียมตัวอยู่ก็ถือว่าไม่ประมาท
โยม : ที่โทรมารบกวนก็ต้องการกำลังใจอย่างนี้
พอจ : โยมอย่าคิดไปข้างหน้ามาก เอาตรงนี้แหละ ใจอยู่ตรงนี้อย่างนี้ มันสบายก็รู้จัก มันทรมานก็รู้จัก รู้ว่ามันเป็นของมันอย่างนั้น สุดท้ายไม่ว่าใครมันก็เจ็บมันก็ตายด้วยกันทั้งนั้น ต่างเพียงแต่ละท่านรักษาใจของตัวเองได้ไหม รับความพลัดพรากได้ไหม ต้องเตรียมตัวทิ้งมันก่อนเพราะไม่นานมันก็ต้องทิ้งเรา ทั้งกายนี้ ทั้งทุกอย่างในโลก เตรียมใจให้ดี
โยม : ขอบพระคุณท่านมาก.. โยมต้องการฟังอย่างนี้ เท่านี้โยมก็พอใจแล้ว สาธุ.
พอจ : ขอธรรมจงรักษา ถ้าพ้นวิบากก็ดีใจด้วย ถ้าไม่พ้นก็ปฎิบัติไปตามธรรมที่เป็นจริงก็แล้วกัน สาธุ.



view