สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com
Cart รายการสินค้า (0)



# คำสอน พระครูภาวนาธรรมธารี
รองเจ้าคณะอำเภอเมืองปราจีนบุรี
เจ้าอาวาสวัดป่ามะไฟ



๒๖ มี.ค.๒๕๕๙
 "รู้ใจ"  (ภาพประกอบแบ่งเป็น ๔ ตอน)
ธรรมชาติของใจเรานั้น ย่อมไหวไปตามการกระทบ...
ทั้งทาง ตา หู จมูก ลิ้น กาย และใจ...
เมื่อกระทบแล้ว ก็เกิดความยินดียินร้าย...
เมื่อยินดีก็เกิดความสุข ยินร้ายก็เกิดความทุกข์...
สิ่งใดที่เป็นสุข ก็พอใจในสิ่งนั้น
สิ่งใดที่เป็นทุกข์ ก็ไม่พอใจในสิ่งนั้น...
มนุษย์เราจึงมีความพอใจไม่พอใจ ชักจูงไปสู่ความทุกข์...
เพราะหลงอยู่ในความพอใจไม่พอใจ ซึ่งเกิดในใจตัวเอง...
แต่ไปเพ่งโทษภายนอก เห็นว่าภายนอกเป็นต้นเหตุ...
จึงเกิดการคิดร้าย พูดร้าย และทำร้าย
ซึ่งสิ่งร้ายๆเหล่านี้ออกมาจากใจตัวเอง...
ยิ่งร้ายก็ยิ่งทุกข์ ยิ่งทุกข์ก็ยิ่งร้าย...
ต่อเมื่อกำลังสติมีขึ้น จิตเริ่มสงบลง...
จะพิจารณาเห็นได้ว่า สิ่งทั้งหลายที่มันเกิดอยู่ภายนอกนั้น
มันเกิดขึ้นมาแล้ว มันเป็นอย่างนั้น และมันก็เป็นของมันอย่างนั้น...
เพียงแต่เราคิดว่า มันไม่น่าจะเป็นอย่างนั้น มันควรจะเป็นอย่างนี้...
มันเป็นความ "อยาก" ของเรา แต่ความจริง มันก็เป็นอย่างที่เห็น...
จึงควรเฝ้ามองภายใน ในใจเราของเรานี่แหละ เท่าทันใจ เท่าทันอารมณ์ตัวเอง...
จะได้เข้าใจภายนอก อยู่กับภายนอกได้ ด้วยความเป็นธรรม...
เมื่อรู้ดังนี้ ชีวิตย่อมอยู่อย่างเป็นสุข

๕ ธ.ค.๒๕๕๘
สัพพะทุกข์ สัพพะโศก
สัพพะโรค สัพพะภัย
สัพพะเคราะห์ เสนียดจัญไร
หายไปทันที

๑๕ ธ.ค.๒๕๕๘

วันนี้ มีค่ามากกว่า พรุ่งนี้
เดี๋ยวนี้ มีค่ามากกว่า วันนี้

10 มิ.ย. 2558

คนเราได้เกิดมาแล้วพบกัน...
ได้นึกถึง...ได้ปฏิบัติต่อกัน นั้นไม่ใช่เรื่องบังเอิญ...
กรรม ที่เคยร่วมกระทำกันมา เป็นตัวกำหนด...
ที่ควรกระทำ เมื่อได้พบกันในชาตินี้
คือ มีความดีต่อกัน

๑๑ พ.ย.๒๕๕๘

(ปราชญ์ท่านว่าไว้)
แคบนัก มักคับ ขยับยาก
กว้างนัก ไม่มีอะไร จะใส่สม
สูงนัก มักลอย ไปตามลม
ต่ำนัก มักจม ธรณี

๕ พ.ย.๒๕๕๘

เห็นความโกรธให้เต็มที่
เห็นความรุ่มร้อนให้เต็มใจ
แล้วจะสงสารใจตัวเอง

๑๖ ส.ค.๒๕๕๘

จิตที่ไม่ยอมรับรู้ปล่อยไปตามยถากรรมเป็นเหตุให้จิตมี "ยาน"
จิตที่เฝ้ารู้สังเกตุพิจารณาเนืองๆเป็นเหตุให้จิตมี "ญาณ"

ยาน=ยานพาหนะ พาผู้โดยสารท่องเที่ยวไปตามความยินดียินร้าย
ญาณ=ความหยั่งรู้ตามความเป็นจริง ว่าสังขารทั้งปวงไม่เที่ยงเป็นทุกข์ ธรรมทั้งหลายเป็นอนัตตา จิตย่อมไม่แล่นไป ความสงบระงับย่อมบังเกิดขึ้น

๑๒ ต.ค. ๒๕๕๘

ทุกอย่างเกิดแต่กรรม (พูด ทำ คิด) ลิขิต ทุกข์-สุข
กิเลสที่อยู่ในใจ พาให้ก่อกรรม (พูด ทำ คิด)
จึงเกิดวิบาก (อารมณ์ที่เสวย)
ละ ด้วยการออกห่าง
ละ ด้วยการข่ม
ละ ด้วยการให้
ละ ด้วยการเข้าไปหา
ละ ด้วยความเห็น
แล้วแต่จะละ

๑๐ ธ.ค.๒๕๕๘

*ตัวเองดีแล้ว แต่สอนผู้อื่นไม่ได้ดี
*ตัวเองยังไม่ดี แต่สอนผู้อื่นให้ได้ดี
*ตัวเองยังไม่ดี จึงสอนผู้อื่นไม่ได้ดี
*ตัวเองดีแล้ว สอนผู้อื่นได้ดีด้วย


๒๔ พ.ย.๒๕๕๘

"ฆราวาสธรรม"
สัจจะ คือสิ่งที่บอกคนทั้งหลายว่า

จะทำอย่างนั้น จะเป็นอย่างนี้

จะไม่ทำอย่างนั้น จะไม่เป็นอย่างนี้
แต่ถ้าบอกแล้วพูดแล้ว

ทำไม่ได้อย่างที่บอกที่พูด
เขาเรียกเสียสัจจะ มีผลคือ
ขาดการยอมรับและเชื่อถือนั่นเอง


๑๘ พ.ย.๒๕๕๘

บุญสำเร็จด้วยการให้ ยินดี และอนุโมทนา

๑๑ พ.ย. ๒๕๕๘

ถ้ายังมีอะไร มันก็มี
ถ้าไม่มีอะไรแล้ว มันก็ไม่มี

๑๓ ม.ค.๒๕๕๙
วันเดือน คล้อยเคลื่อน ลาลับ
มิหวนกลับ สิ่งใด ในหนหลัง
เรื่องภายหน้า มิควร จะจริงจัง
พึงกระทำ ปัจจุบัน ให้จงดี

๔ ต.ค.๒๕๕๘

ถาม...จะฝึกคลายความติด..อย่างไร

ตอบ....ในอาทิตตปริยายสูตรและอานัตตลักขณสูตร พระพุทธเจ้าทรงตรัสสรุปไว้ว่า
เมื่อรู้ก็เบื่อหน่าย เมื่อเบื่อหน่ายก็คลายความติด
เมื่อคลายความติดจิตก็หลุดพ้น
เมื่อหลุดพ้นก็มีญาณหยั่งรู้ว่าหลุดพ้นแล้ว

ถาม...เมื่อรู้..รู้อะไร

ตอบ...อานัตตลักขณสูตร รู้ว่า รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ นั้นไม่เที่ยง
สิ่งใดไม่เที่ยงสิ่งนั้นเป็นทุกข์
สิ่งใดเป็นทุกข์สิ่งนั้นควรละ

....อาทิตตปริยายสูตร รู้ว่า รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส เป็นของร้อน สิ่งใดเป็นของร้อนสิ่งนั้นเป็นทุกข์ สิ่งใดเป็นทุกข์สิ่งนั้นควรละ

๑๕ ธ.ค.๒๕๕๘

ไม่มีพลังใด ยิ่งใหญ่กว่า พลังใจตนเอง

๓๑ ม.ค.๒๕๕๘

อันศีลนั้นพึงรักษา
สติกล้าเพราะฝึกฝน
ปัญญาให้แยบยล
จะพาตนพ้นภัยพาล

๑๑ ก.ค.๒๕๕๘

"เรื่องของความคิด"
...ความคิดเป็นธรรมชาติของจิต
...เมื่อต้องคิด คิดให้เป็นเย็นสบาย
...สิ่งที่คิดไม่เบียดเบียนตนและผู้อื่น
...อย่ากังวลสิ่งที่คิดไปแล้วกับสิ่งที่จะคิดในอนาคต
...จงไตร่ตรองสิ่งที่คิดในปัจจุบันให้ดี
...คิดบวกได้สุขเลย คิดลบก็ได้ทุกข์เลยเช่นกัน
...อย่ากังวลว่าคิดบวกแล้วจะหลอกตัวเอง 
....เพราะตัวเองรู้ว่าอะไรหลอกอะไรจริง
...สุดท้ายความคิดก็เป็นของหลอก เพราะมันเป็นอนิจจัง


๑๗ มี.ค.๒๕๕๗

อันนี้เป็นทั้งสติและสมาธิ
ส่วนปัญญานั้นก็มีมาโดยลำดับ เป็นปัญญาพาให้จิตสงบ
ยังไม่ใช่ปัญญาในไตรลักษณ์ เราจึงสงบกิเลสได้ชั่วคราว
แต่ยังไม่สามารถ ที่จะถอนกิเลสได้
คืนนี้ ตอนนอน ก็เฝ้าดูลมหายใจด้วย
นอนสบายๆ ดูลมหายใจเข้าออก
มีอานิสงส์มาก ๑.หลับเป็นสุข
๒.ไม่ฝันร้าย ๓.ไม่ฝันลามก
๔.เทวดารักษา ๕.ถ้าจะต้องตายลง มีสุขคติเป็นที่ไป
๖.ตื่นมาจิตผ่องใส ลองทำดูทุกวัน 
ลงทุนน้อย อานิสงส์มาก

๑๐ พ.ย.๒๕๕๘
อันว่าเรื่องทั้งหลายในโลกนั้น
อย่าสำคัญว่าจะอยู่มิรู้หาย
เมื่อผ่านพ้นเหมือนพยับแดดมลาย
เรื่องทั้งหลายคงทรงหลัก"อนิจจัง"


๑๓ ต.ค.๒๕๕๘

การปฏิบัติธรรมนั้น ต้องปฏิบัติจากหยาบไปหาละเอียด

กายวาจาเป็นของหยาบ ส่วนใจเป็นของละเอียด

พึงปฏิบัติกายวาจาด้วยศีล

เมื่อศีลดีแล้ว ย่อมส่งเสริมการภาวนาให้เจริญขึ้น

ปัญญาอันเกิดด้วยใจ ก็จะเจริญไปตามกัน

เมื่อใจเราดีแล้ว สิ่งที่ทำและพูดออกมาก็จะดีเช่นกัน

ดังน้ำต้นสาย ที่ใสใหลลงมา น้ำปลายสาย ก็ใสเช่นกัน


๑๕ ธ.ค.๒๕๕๘

เสียสติ ก็เลยเสียใจ ใจเสีย
เสียไปซ๊ะทุกเรื่อง

๑๒ ม.ค.๒๕๕๙

วันเวลาไม่รอรี
มีวันนี้ดีหนักหนา
ลุ่มหลงนักจักนำพา
เสียเวลาจนตัวตาย


๑๑ ม.ค.๒๕๕๙

เป็นทุกข์ก็เพราะกิเลสตัณหา
พ้นทุกข์ก็เพราะกิเลสตัณหา
(รู้จักก็พ้นได้)

๙ พ.ย.๒๕๕๘

บุญ เป็นความรู้สึกเบา สุข สว่างของจิต
กุศล เป็น ทางแห่งความฉลาด รู้จัก เข้าใจ ในการทำบุญ


๑๒ พ.ย.๒๕๕๘
ความอิ่มในโลกนั้นหาได้ยากนัก 
ผู้ไม่ประมาทพึงประพฤติธรรมทั้งยามหิวและยามอิ่ม 
เพราะเราไม่รู้ วันเวลาที่จะจากโลกนี้ไป

๑๙ ต.ค.๒๕๕๘
งานการจะหนักมากน้อยสักเพียงใด
ให้มีความขวักไขว่พอใจในงานนั้น
ความเพียรเล่าจงหมั่นไม่คร่ามครั้
จดจ่อตรวจตราพากิจสำเร็จจริง


11-1-2016 คนดีก็เป็นคน (2)
upload imagem

๑๑ ม.ค.๒๕๕๙

คนดี ก็เป็นคน
คนเลว ก็เป็นคน
แต่คนดีไม่ใช่คนเลว และคนเลวไม่ใช่คนดี
แต่คนดี เปลี่ยนเป็น คนเลวได้ 
และคนเลว ก็เปลี่ยนเป็น คนดีได้เช่นกัน

๑ ก.ย.๒๕๕๘
"ธรรมคู่ชีวิต"
ชีวิตของเรานั้นต้องหายใจ ต้องเคลื่อนไหวกาย ต้องนึกคิด
ถ้าเรามองดูให้ดีในการที่เราประกอบกิจการงานทั้งหลาย
ก็ต้องหายใจ ต้องเคลื่อนไหวกาย ต้องนึกคิดเหมือนกัน
เมื่อเราจะดำเนินชีวิตให้เป็นธรรมนั้น พระพุทธเจ้าทรงสอนให้เรา
มีสติอยู่กับลมหายใจ มีสติอยู่กับการเคลื่อนไหวกาย มีสติอยู่กับการนึกคิด
การปฏิบัติธรรมนั้นจึงทำได้ในทุกที่ ทุกเวลา ปฎิบัติแล้วได้บุญได้กุศลได้ความสุขใจ
แต่ถ้าเราทำงานเพื่อเงินมันก็ได้แค่เงิน เอามากินมาใช้มันก็หมดไปๆ
เราจึงไม่ควรเสียโอกาส ทำงานไปก็ปฏิบัติธรรมไป เงินก็ได้ธรรมก็มี
เงินนั้นในไม่ช้าก็หมดคุณค่าได้ใช้แค่ตอนอยู่ แต่ธรรมไม่หมดเป็นของติดตัวติดใจ
จะภพไหนชาติไหน ธรรมจะคุ้มครองเรา คอยเตือนสติ คอยพาให้ใจสงบ
พาให้ละของเสียวางของหนัก ธรรมจึงเป็นที่พึ่งอันวิเศษสำหรับทุกชีวิต

1-9-2015 ธรรมคู่ชีวิต
picture share




view