สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com
Cart รายการสินค้า (0)

คำแปลมหาสติปัฏฐานสูตร-อานิสงส์

คำแปลมหาสติปัฏฐานสูตร-อานิสงส์

 

หนังสือสวดมนต์...ฉบับพุทธบริษัท
วัดป่ามะไฟ ตำบลโคกไม้ลาย อำเภอเมือง จังหวัดปราจีนบุรี

 อานิสงส์เจริญมะหาสะติปัฏฐาน

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ผู้ใดผู้หนึ่ง พึงเจริญสติปัฏฐานทั้ง ๔ นี้
อย่างนั้นตลอด ๗ ปี ผู้นั้นพึงหวังผลทั้ง ๒ ผลอันใดอันหนึ่ง คือพระ อร
หัตตผลในปัจจุบันชาตินี้ ๑ หรือเมื่ออุปาทิ (คือ สังโยชน์) ยังเหลืออยู่
เป็นพระอนาคามี ๑ (คือผู้นั้นคงจะได้อรหัตตผล หรืออนาคามิผล ใน
ปัจจุบันชาตินี้เป็นแน่)
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ๗ ปียกไว้.
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ผู้ใดผู้หนึ่ง พึงเจริญสติปัฏฐานทั้ง ๔ นี้อย่าง
นั้นตลอด ๖ ปี ผู้นั้นพึงหวังผลทั้ง ๒ ผลอันใดอันหนึ่ง คือพระอรหัตต
ผลในปัจจุบันชาตินี้ ๑ หรือเมื่ออุปาทิ (คือ สังโยชน์) ยังเหลืออยู่ เป็น
พระอนาคามี ๑
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ๖ ปียกไว้.
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ผู้ใดผู้หนึ่ง พึงเจริญสติปัฏฐานทั้ง ๔ นี้
อย่างนั้นตลอด ๕ ปี ผู้นั้นพึงหวังผลทั้ง ๒ ผลอันใดอันหนึ่ง คือพระ อร
หัตตผลในปัจจุบันชาตินี้ ๑ หรือเมื่ออุปาทิ (คือ สังโยชน์) ยังเหลืออยู่
เป็นพระอนาคามี ๑
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ๕ ปียกไว้.
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ผู้ใดผู้หนึ่ง พึงเจริญสติปัฏฐานทั้ง ๔ นี้อย่าง
นั้นตลอด ๔ ปี ผู้นั้นพึงหวังผลทั้ง ๒ ผลอันใดอันหนึ่ง คือพระอรหัตต
ผลในปัจจุบันชาตินี้ ๑ หรือเมื่ออุปาทิ (คือ สังโยชน์) ยังเหลืออยู่ เป็น
พระอนาคามี ๑
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ๔ ปียกไว้.
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ผู้ใดผู้หนึ่ง พึงเจริญสติปัฏฐานทั้ง ๔ นี้อย่าง
นั้นตลอด ๓ ปี ผู้นั้นพึงหวังผลทั้ง ๒ ผลอันใดอันหนึ่ง คือพระอรหัตต
ผลในปัจจุบันชาตินี้ ๑ หรือเมื่ออุปาทิ (คือ สังโยชน์) ยังเหลืออยู่ เป็น
พระอนาคามี ๑
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ๓ ปียกไว้.

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ผู้ใดผู้หนึ่ง พึงเจริญสติปัฏฐานทั้ง ๔ นี้อย่าง
นั้นตลอด ๒ ปี ผู้นั้นพึงหวังผลทั้ง ๒ ผลอันใดอันหนึ่ง คือพระอรหัตต
ผลในปัจจุบันชาตินี้ ๑ หรือเมื่ออุปาทิ (คือ สังโยชน์) ยังเหลืออยู่ เป็น
พระอนาคามี ๑
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ๒ ปียกไว้.
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ผู้ใดผู้หนึ่ง พึงเจริญสติปัฏฐานทั้ง ๔ นี้อย่าง
นั้นตลอด ๑ ปี ผู้นั้นพึงหวังผลทั้ง ๒ ผลอันใดอันหนึ่ง คือพระอรหัตต
ผลในปัจจุบันชาตินี้ ๑ หรือเมื่ออุปาทิ (คือ สังโยชน์) ยังเหลืออยู่ เป็น
พระอนาคามี ๑
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ปีหนึ่งยกไว้.
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ผู้ใดผู้หนึ่ง พึงเจริญสติปัฏฐานทั้ง ๔ นี้อย่าง
นั้นตลอด ๗ เดือน ผู้นั้นพึงหวังผลทั้ง ๒ ผลอันใดอันหนึ่ง คือพระอรหัตตผลในปัจจุบันชาตินี้ ๑ หรือเมื่ออุปาทิ (คือ สังโยชน์) ยังเหลืออยู่ เป็น
พระอนาคามี ๑
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ๗ เดือนยกไว้.
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ผู้ใดผู้หนึ่ง พึงเจริญสติปัฏฐานทั้ง ๔ นี้อย่าง
นั้นตลอด ๖ เดือน ผู้นั้นพึงหวังผลทั้ง ๒ ผลอันใดอันหนึ่ง คือพระอรหัตตผลในปัจจุบันชาตินี้ ๑ หรือเมื่ออุปาทิ (คือ สังโยชน์) ยังเหลืออยู่ เป็น
พระอนาคามี ๑
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ๖ เดือนยกไว้.
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ผู้ใดผู้หนึ่ง พึงเจริญสติปัฏฐานทั้ง ๔ นี้อย่าง
นั้นตลอด ๕ เดือน ผู้นั้นพึงหวังผลทั้ง ๒ ผลอันใดอันหนึ่ง คือพระอรหัตตผลในปัจจุบันชาตินี้ ๑ หรือเมื่ออุปาทิ (คือ สังโยชน์) ยังเหลืออยู่ เป็น
พระอนาคามี ๑
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ๕ เดือนยกไว้.
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ผู้ใดผู้หนึ่ง พึงเจริญสติปัฏฐานทั้ง ๔ นี้อย่าง
นั้นตลอด ๔ เดือน ผู้นั้นพึงหวังผลทั้ง ๒ ผลอันใดอันหนึ่ง คือพระอรหัตตผลในปัจจุบันชาตินี้ ๑ หรือเมื่ออุปาทิ (คือ สังโยชน์) ยังเหลืออยู่ เป็น
พระอนาคามี ๑
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ๔ เดือนยกไว้.
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ผู้ใดผู้หนึ่ง พึงเจริญสติปัฏฐานทั้ง ๔ นี้อย่าง
นั้นตลอด ๓ เดือน ผู้นั้นพึงหวังผลทั้ง ๒ ผลอันใดอันหนึ่ง คือพระอรหัตตผลในปัจจุบันชาตินี้ ๑ หรือเมื่ออุปาทิ (คือ สังโยชน์) ยังเหลืออยู่ เป็น
พระอนาคามี ๑
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ๓ เดือนยกไว้.
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ผู้ใดผู้หนึ่ง พึงเจริญสติปัฏฐานทั้ง ๔ นี้อย่าง
นั้นตลอด ๒ เดือน ผู้นั้นพึงหวังผลทั้ง ๒ ผลอันใดอันหนึ่ง คือพระอรหัตตผลในปัจจุบันชาตินี้ ๑ หรือเมื่ออุปาทิ (คือ สังโยชน์) ยังเหลืออยู่ เป็น
พระอนาคามี ๑
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ๒ เดือนยกไว้.
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ผู้ใดผู้หนึ่ง พึงเจริญสติปัฏฐานทั้ง ๔ นี้อย่าง
นั้นตลอด ๑ เดือน ผู้นั้นพึงหวังผลทั้ง ๒ ผลอันใดอันหนึ่ง คือพระอรหัตตผลในปัจจุบันชาตินี้ ๑ หรือเมื่ออุปาทิ (คือ สังโยชน์) ยังเหลืออยู่ เป็น
พระอนาคามี ๑

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ๑ เดือนยกไว้.
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ผู้ใดผู้หนึ่ง พึงเจริญสติปัฏฐานทั้ง ๔ นี้อย่าง
นั้นตลอดกึ่งเดือน ผู้นั้นพึงหวังผลทั้ง ๒ ผลอันใดอันหนึ่ง คือพระอรหัตตผลในปัจจุบันชาตินี้ ๑ หรือเมื่ออุปาทิ (คือ สังโยชน์) ยังเหลืออยู่ เป็น
พระอนาคามี ๑
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย กึ่งเดือนยกไว้.
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ผู้ใดผู้หนึ่ง พึงเจริญสติปัฏฐานทั้ง ๔ นี้อย่าง
นั้นตลอด ๗ วัน ผู้นั้นพึงหวังผลทั้ง ๒ ผลอันใดอันหนึ่ง คือพระอรหัตต
ผลในปัจจุบันชาตินี้ ๑ หรือเมื่ออุปาทิ (คือ สังโยชน์) ยังเหลืออยู่ เป็น
พระอนาคามี ๑
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ทางนี้เป็นที่ไปอันเอก เพื่อความหมดจดวิเศษ
ของสัตว์ทั้งหลาย เพื่อก้าวล่วงเสียซึ่งความโศกและความร่ำไร เพื่ออัสดงค์ดับไปแห่งทุกข์และโทมนัส เพื่อบรรลุญายธรรม เพื่อกระทำพระนิพพานให้แจ้ง ทางนี้คือสติปัฏฐาน ๔ อย่าง ด้วยประการฉะนี้. คำอันใด ที่กล่าวแล้วอย่างนี้ คำอันนั้น ที่อาศัยทางอันเอก (คือสติปัฏฐาน ๔) นี้กล่าวแล้วด้วยประการฉะนี้ พระผู้มีพระภาคตรัสพระสูตรนี้จบแล้ว ภิกษุเหล่านั้นมีใจยินดี เพลิดเพลินนักซึ่งภาษิตของพระผู้มีพระภาคเจ้า ด้วยประการฉะนี้แล


จบอานิสงส์เจริญมะหาสะติปัฏฐาน
จบมหาสติปัฏฐานสูตร


ที่มา : หนังสือสวดมนต์แปล มหามกุฏราชวิทยาลัย

 

ท่านผู้มีจิตศรัทธาต้องการจัดพิมพ์พระสูตรต่างๆตามบทสวดในหนังสือสวดมนต์ฉบับพุทธบริษัทของวัดป่ามะไฟแจกเป็นธรรมทาน กรุณาติดต่อโดยตรงที่ วัดป่ามะไฟ ต.โคกไม้ลาย อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี 
(ท่านพระครูภาวนาธรรมธารี : tel 081-983 6770)

 

 

 

[Back] 1 2 3 4 5

Tags : คำแปลมหาสติปัฏฐานสูตร-อานิสงส์

view